ขอความเห็นใจ! “สิงห์เจ้าท่า” ชี้เหตุสุดวิสัยไฟดับที่แพท สเตเดียม

“สิงห์เจ้าท่า” ชี้แจงกรณีไฟฟ้าดับที่แพท สเตเดียม ต่อคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท เป็นเหตุสุดวิสัย พร้อมขอความเห็นใจ

สืบเนื่องจากการแข่งขันไทยลีก 2020 นัดที่ 5 ระหว่างสโมสรการท่าเรือ เอฟซี พบ สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี ณ สนามแพท สเตเดียม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ ไฟฟ้าดับในนาทีที่ 88 ขณะที่ผลการแข่งขันเสมอกันอยู่ 1-1

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ได้เข้าชี้แจงกรณีดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทฯ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

ตัวแทนสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ชี้แจงว่า สโมสรได้มีการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ภายในสนามอย่างรอบด้านโดยเฉพาะระบบไฟฟ้ามาโดยตลอด รวมทั้งได้มีการติดตี้งเครื่องปั่นไฟสำรองมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยยังได้รับการตรวจความพร้อมตามมาตรฐานการจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกและรายการอื่นๆ ภายใต้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มาโดยตลอด ทั้งยังมีการอุ่นเครื่องไทยรัฐ บิ๊กไฟว์ ที่สนามแพท สเตเดียม พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 4 กันยายน โดยมีการใช้ไฟฟ้าเต็มกำลังเสมือนแข่งจริง ซึ่งไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติแต่อย่างใด จึงถือเป็นการทดสอบระบบต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบก่อนการแข่งขันไทยลีกกลับมาอีกครั้ง

นอกจากนั้น ก่อนการแข่งขันทุกนัดเหย้า จะมีการทดสอบระบบไฟฟ้าล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ครั้งต่อแมตช์ โดยในการแข่งขันนัดที่ 5 นี้ ได้มีการทดสอบครั้งที่ 1 คือวันที่ 12 กันยายน 2563 และครั้งที่ 2 คือช่วงเช้าของวันที่ 13 กันยายน 2563 โดยพบว่า ระบบไฟฟ้าทุกอย่างสามารถทํางานได้ตามปกติ

โดยหลังเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ทีมช่างของสโมสร ได้แก่ หัวหน้าช่างไฟฟ้า 1 คน เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าแรงสูง 2 คน และเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าแรงต่ำ 2 คน ได้เข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งสวิตช์เกียร์ หม้อแปลง ตลอดจนเสาไฟฟ้าทุกต้น พบว่ามีกระแสไฟเดินตามปกติ อีกทั้งเครื่องปั่นไฟสำรอง (Generator) ก็ทำงานปกติ แต่ไม่สามารถจ่ายเข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายในสนามได้ เบื้องต้นทีมช่างไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุความผิดปกติของอุปกรณ์ภายในเครื่อง Air circuit breaker ภายในตู้ MBD (Main Distribution Board) ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่อยู่ในห้องควบคุมใต้โซน A ซึ่งเป็นตู้รับไฟฟ้าจากหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อควบคุมการจ่ายไฟไปยังจุดต่างๆ ของทั้งสนาม โดยการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องรื้อระบบอุปกรณ์ภายในทั้งหมดออกมาตรวจสอบ ซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง

ในวันต่อมา สโมสรได้ตรวจหาสาเหตุของไฟดับอย่างละเอียด โดยทีมวิศวกรและช่างไฟฟ้าจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย, ทีมจากบริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายตู้ MBD (Main Distribution Board) และทีมจากบริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ซีพีซี เอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ Air circuit breaker พร้อมด้วยทีมการไฟฟ้านครหลวง เขตคลองเตย และตัวแทนจาก บริษัท Crawford และ Company (Thailand) และ McLarens ซึ่งใช้ระยะเวลาในการ ตรวจสอบทั้งระบบนานกว่า 8 ชั่วโมง พบว่าอุปกรณ์ภายในเครื่อง Air circuit breaker ซึ่งเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เรียกว่า Shunt Tip เป็นอุปกรณ์สําคัญที่อยู่ภายใน Air circuit breaker เกิดขัดข้อง ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าต่อไปยังจุดอื่นๆ ภายในสนามได้ตามปกติ อันเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยปกติอุปกรณ์นี้จะมีอายุการใช้งานทั่วไปได้มากกว่า 15 – 20 ปี

สำหรับสนามแพท สเตเดียม ได้ดําเนินการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวนี้ เมื่อปี 2556 รวมระยะเวลาเพียง 8 ปี ดังนั้น เหตุการณ์นี้จึงนับเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เกิดจากชิ้นส่วนของ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถเกิดการขัดข้องได้ตลอดเวลาโดยไม่คาดคิด และไม่มีการส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบล่วงหน้า

สโมสรขอยืนยันว่าได้ดําเนินการต่างๆ ในการเตรียมความพร้อมทุกด้านตามมาตรฐานการจัดการแข่งขันที่ทางบริษัท ไทยลีก จำกัด และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กำหนดอย่างรอบคอบ ระมัดระวังทุกประการ และได้พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่รอบด้านภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ทั้งนี้ อุปกรณ์ต่างๆ มีรายละเอียดและความซับซ้อนที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการและระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามความเหมาะสมของอุปกรณ์นั้นๆ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สโมสรจึงใคร่ขอคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทฯ ได้โปรดพิจารณาเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยความเห็นอกเห็นใจ ตามข้อเท็จจริงที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย โดยสโมสรไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แก้ไขเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้การเตรียมความพร้อมสําหรับการแข่งขันไทยลีก 1 นัดต่อไป เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ที่มา: soccersuck