ชุดใหม่ช้างศึก! “วอริกซ์” เปิดตัว “FAITH” พลังศรัทธาพลิกชะตาบอลไทย

วอริกซ์ (WARRIX) เจ้าของลิขสิทธิ์ชุดแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย เปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ที่จะใช้ในการแข่งขันปี 2021/2022 อย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “FAITH” พลังศรัทธา พลิกชะตาบอลไทย

วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Warrix ได้เผยถึงแนวคิดการออกแบบชุดแข่งขันใหม่ว่า ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เศวตกุญชรชาติ” หรือช้างเผือก ที่เป็นส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยมีความสง่างาม น่าเกรงขาม แข็งแกร่ง และมีลักษณะครบถ้วนถูกต้องตามตำราคชลักษณ์ที่สืบสานกันมายาวนาน 7 ประการ คือ ตาขาว เพดานขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาว ขนหางขาว อัณฑโกศขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่ จากลักษณะพิเศษดังกล่าวกลายเป็นที่มาของการสรรสร้างชุดแข่งขัน โดยดึงเอาจิตวิญญาณของนักรบถ่ายทอดลงไปบนเสื้อ และแฝงกลิ่นอายของความเป็นไทย พร้อมนำเสนอลวดลายและผิวสัมผัสพิเศษประดุจดั่งผิวของช้างเผือกที่สง่างาม บ่งบอกความทันสมัย ถ่ายทอดพลังความศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ส่งผ่านชุดแข่งขันไปยังบรรดาเหล่านักเตะ

พร้อมกันนี้ “วอริกซ์” ยังได้นำเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาผสานจนได้นวัตกรรมซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ มาใช้ในการผลิตชุดแข่งขันในครั้งนี้ ที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติเด่นมากมาย ทั้งการระบายอากาศและถ่ายเทความร้อนที่ดีเยี่ยม เนื้อผ้ามีความนุ่มใส่สบาย แถมยังช่วยรักษาสมดุลของอุณหภูมิในร่างกาย เนื้อผ้าสามารถป้องกันแสงยูวี (UV Protection) จากแสงแดดได้ดี อีกทั้งยังสามารถยับยั้งแบคทีเรียได้อีกด้วย ช่วยยกระดับความมั่นใจให้กับนักเตะในทุกการแข่งขัน

สำหรับ ชุดแข่งขัน WARRIX “FAITH” THAILAND NATIONAL TEAM KIT 2021/22 ออกมาเป็น 3 แบบ ได้แก่ ชุดแข่งขันสำหรับนักเตะ (Player version), ชุดแข่งขันสำหรับแฟนบอล (Replica Version) และ เสื้อเชียร์ทีมชาติไทย (Cheer Version) เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน โดยมีจุดเด่นที่สำคัญดังนี้

1) ชุดแข่งขันสำหรับนักเตะ (Player Version) ชุดแข่งขันที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับคุณภาพระดับโลก ผลิตโดยใช้นวัตกรรมใหม่ COMBA + TECH ที่ทันสมัย เอกสิทธิ์เฉพาะของวอริกซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับชุดฟุตบอลทีมชาติและทีมสโมสรชื่อดังระดับโลก เนื้อผ้า Polyester ที่ถูกถักทอลายแบบ Transfer สามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Airflow 360 และ Spandex มีความยืดหยุ่นสูง ใส่กระชับและเข้ารูปโค้งรับไปกับสรีระของนักเตะ ช่วยให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างอิสระ คล่องตัว โดยเปิดให้แฟนบอลครอบครองได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟพร้อมแพ็คเกจสุดล้ำ ในราคา 2,490 บาท

2) ชุดแข่งขันสำหรับแฟนบอล (Replica Version) ผลิตโดยใช้นวัตกรรม COMBA + COOL มีจุดเด่นอยู่ที่ลายบนเนื้อผ้าที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ลายแบบ Emboss มีคุณภาพที่ใกล้เคียงกันมากกับชุดแข่งขันสำหรับนักเตะ (Player version) แต่ราคาย่อมเยาว์กว่า โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตและขั้นตอนการถักทอ โดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับชุดแข่งขันสำหรับนักเตะ ทั้งนี้แฟนบอลสามารถเป็นเจ้าของเสื้อแข่งขันเกรดเดียวกันกับนักเตะได้ ในราคา 1,290 บาท พร้อมแพ็คเกจ

3) เสื้อเชียร์ทีมชาติไทย (Cheer Version) ถูกออกแบบและผลิตด้วยวิธีการทอแบบ Jacquard ให้มีลายแบบเดียวกันกับชุดแข่งขันสำหรับนักเตะ (Player Version) เพื่อตอกย้ำพลังศรัทธาและการรวมใจเพื่อเป็นหนึ่งเดียวของแฟนบอลส่งผ่านเสื้อเชียร์ตัวใหม่ ผลิตโดยใช้นวัตกรรม COMBALITE โดยเป็นรุ่นที่แฟนบอลชาวไทยทุกคนสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ในราคาสุดคุ้มเพียง 399 บาท

โดยในปีนี้ ชุดแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยมีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน (เมฆคราม) สีแดง (แดงชาด) สีเขียว (เขียวใบแค) และสีงาช้าง (Ivory) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของงาช้างเผือกนั่นเอง โดยผสานกลิ่นอายของความคลาสสิค เน้นใช้โทนสีแสดงออกถึงความรู้สึก สวมใส่สบาย เนื้อผ้าบางเบา ใส่ได้ทุกโอกาส เหมาะสำหรับอากาศประเทศไทย ซึ่งชุดแข่งใหม่ทีมชาติไทย จะถูกประเดิมใช้ทัวร์นาเม้นต์แรกในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนรายการ AFF SUZUKI CUP 2020 ณ ประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป

สำหรับกิจกรรมจัดประกวดออกแบบชุดแข่งขันทีมชาติไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการตัดสินได้ทำการคัดเลือกผู้เข้าประกวดจำนวน 5 ท่านเพื่อทำการเวิร์คช็อปตัดสินหาผู้ชนะไว้ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ และทำให้จะมีการประกาศผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายในช่วงต้นปี 2565 เพื่อหาแบบที่ชนะและผลิตเป็นชุดแข่งขันในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ 2565 ต่อไป

ที่มา: soccersuck