ดูซาน วลาโฮวิช : ซลาตันเซอร์แห่งเบีย ปฐมบทยอดดาวยิง

ดูซาน วลาโฮวิช : ซลาตันเซอร์แห่งเบีย ปฐมบทยอดดาวยิง

สถิติ 16 ประตูจาก 20 เกมในฤดูกาลนี้ รวมถึง 21 ประตูจาก 37 นัดเมื่อซีซั่นก่อนในเซเรีย อา ลีกที่มีกองหลังแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตัวเลขดังกล่าวอาจสามารถพิสูจน์ลีลาการระบิดตาข่ายของกองหน้าคนหนึ่งว่าไม่ธรรมดาได้เป็นอย่างดี แต่ที่สำคัญ เจ้าของตัวเลขนั้น มีอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น ยิ่งเพิ่มความพิเศษใส่ใข่เข้าไปอีก และนั่นเป็นใครไม่ได้ นอกเสียจาก “ดูซาน วลาโฮวิช” กองหน้าอนาคตไกล ที่กำลังเนื้อหอมสุดๆ ในวงการลูกหนังยุโรปเวลานี้

เจ้าของส่วนสูง 1.90 เมตร หลายคนอาจคิดว่าเขาเป็นพวกกองหน้าตัวเป้าคอยยืนจบสกอร์ที่เพื่อนป้อนบอลมาให้ หรือไม่ก็เป็นจอมโขกเหมือนพวกยักษ์ใหญ่คนอื่นๆ ทำให้เห็นเป็นประจำ แต่ไม่ใช่เลย สำหรับเด็กหนุ่มเลือดเซิร์บรายนี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคนิค พรสวรรค์ ชั้นเชิงลูกหนังแพรวพราว ความเร็วที่พร้อมจะฉีกกองหลังเป็นชิ้นๆ รวมถึงความแข็งแกร่งยามครองบอล และที่สำคัญ เท้าซ้ายที่สามารถเชื่อใจได้ว่าง้างเมื่อไหร่ อาจมีเฮ เรียกได้ว่านี่คือแบบฉบับของกองหน้าสมัยใหม่อย่างแท้จริง

จุดกำเนิด : อิบราฮิโมวิช เซอร์เบีย

เจ้าของเสื้อเบอร์ 9 ของพลพรรค “วิโอล่า” สร้างชื่อขึ้นมากับสโมสรปาร์ติซาน เบลเกรด ยักษ์ใหญ่ในเมืองเกิดของเขา จุดเริ่มต้นเส้นทางพ่อค้าแข้งของวลาโฮวิช เริ่มจากการเข้าฝึกวิทยายุทธ์ลูกหนังกับโรงเรียนฟุตบอล อัลติน่า เซมูน ซึ่งแน่นอนว่าเขาฉายแววเพชรเม็ดงามมาตั้งแต่เด็ก เพราะโค้ชมักจับลงสนามชนกับเด็กรุ่นโตกว่าอยู่เสมอ จากนั้นเขาย้ายไปอยู่กับ โอเอฟเค เบโอกราด นาน 3 เดือน แถมยังเคยลงสนามให้ เร้ดสตาร์ เบลเกรด ทีมดังอีกหนึ่งในเมือง ก่อนมาซบ ปาร์ติซาน เมื่อปี 2014

ปานตาเลโอ คอร์วิโน่ : เบื้องหลังเส้นทางอาชีพ

รู้หรือไม่ว่า ปานตาเลโอ คอร์วิโน่ ผอ.กีฬาของฟิออเรนติน่า คือคนที่อยู่เบื้องหลังในการฉก วลาโฮวิช จากเร้ดสตาร์ มาอยู่กับปาร์ติซาน โดยเขาพยายามโน้มน้าวครอบครัวให้ตัดสินใจย้ายสังกัดหลังเพิ่งลงสนามไปเพียง 1 เกม โดยคอร์วิโน่นั้น มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในการเฟ้นหาเพชรเม็ดงามในเซอร์เบีย แล้วเอามาปั้นสร้างชื่อเสียงในเวลาต่อมาอย่างเช่น มาเตย่า เคซมัน, อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช, สเตฟาน โยเวติช, ลูก้า โยวิช, มาเตีย นาสตาซิช และอีกมากมายหลายคน

จากเบลเกรด สู่ฟลอเรนซ์

เด็กหนุ่มฝีเท้าจัด ได้สัญญาอาชีพฉบับแรกกับปาร์ติซาน เมื่อปี 2015 ซึ่งเขามีอายุเพียง 15 ปี เท่านั้น ก่อนขยับขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ในปีต่อมาพร้อมได้รับมอบหมายให้สวมเสื้อเบอร์ 9 ซึ่งแน่นอนว่าไม่ธรรมดา ก่อนเดบิวต์ลีกเซอร์เบียหนแรกในวันที่ 21 ก.พ.2016 กับโอเอฟเค เบโอกราด อดีตสโมสรช่วงสั้นๆของเขา ถือเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ได้ลงสนามสัมผัสเกมลีกอีกต่างหาก

รอเพียงไม่กี่เดือน วลาโฮวิช ก็พังตาข่ายแรกในระดับอาชีพได้สำเร็จในเกมพบ ราดนิกซูร์ดูลิก้า ซึ่งแน่นอนว่าทำลายสถิตินักเตะอายุน้อยสุดของสโมสรที่ยิงประตูได้ อย่างไรก็ดี นั่นคือประตูเดียวของเขาในเกมลีกซีซั่นนั้น ซึ่งบรรดาแมวมองน้อยใหญ่ ก็เริ่มจับตาเด็กหนุ่มรายนี้ว่าอาจมีอนาคตสดใส รวมถึง

อาร์เซน่อล

ที่ตกเป็นข่าวว่าจับตาสถานการณ์ของเขาอย่างใกล้ชิด และสามารถจ่ายเงินเพียง 2 ล้านปอนด์ซื้อเขามาร่วมทัพได้ในปีเดียวกันนั้น

อย่างไรก็ดี เส้นทางของ แข้งชาวเซิร์บกับ “ปืนใหญ่” ยังไม่ได้ลิขิตให้มาลงเอยกัน วลาโฮวิช ยังคงอยู่กับต้นสังกัดเดิมต่อไปอีก 1 ปี แต่คราวนี้เขาได้ลงเล่นเพียง 7 เกมและยิงประตูไม่ได้เลย ก่อนที่เมื่อซัมเมอร์ปี 2017 กลับเป็น ฟิออเรนติน่า ฉลองวันเกิดครบรอบ 18 ปีของนักเตะด้วยการมอบสัญญาล่วงหน้ายาว 5 ปี พร้อมจ่ายเงิน 1.5 ล้านยูโร ให้เจ้าตัวเดินทางมาแสวงโชคในแดนมะกะโรนี และมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ ก.พ.2018 ทว่าเขาก็ยังไม่สามารถลงสนามได้จนถึงซีซั่นถัดมา

ตลอดเวล 4 ปีในเมืองฟลอเรนซ์ วลาโฮวิช กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของ “ชาวม่วง” ฝากสถิติยิงประเบิดเถิดเทิง 48 ประตูจก 106 นัดที่ลงสนาม และเขาก็ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ เมื่อปลายปี 2020 นี่เอง และยิงประตูแรกได้ในเกมถล่ม รัสเซีย หลังลงมาเป็นสำรองเพียง 3 นัดเท่านั้น

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ผลงานของ “ม่วงมหากาฬ” ไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ประจำลีก ที่จะได้ลุ้นแชมป์รวมถึงคว้าสิทธิ์ไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก รายการที่ทุกคนใฝ่ฝัน ทำให้การเจรจาต่อสัญญาใหม่ไม่มีความคืบหน้าและน่าจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ นั่นทำให้เขาสามารถย้ายสังกัดแบบไม่มีค่าตัวได้ในปี 2023 ซึ่งแน่นอนว่า ฟิออเรนติน่า ไม่มีทางต้องการให้เป็นแบบนั้น และพร้อมขายนักเตะออกไปแลกเงินก้อนโต เพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย และคาดว่าเรื่องดังกล่าว อาจเกิดขึ้นอย่างเร็วในเดือนมกราคมนี้เลย

ตลอดเวลาที่ค้าแข้งกับฟิออเรนติน่ เชื่อหรือไม่ว่า วลาโฮวิช รับค่าเหนื่อยเพียง 26,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือ 1.3 ล้านปอนด์ต่อปี แต่เมื่อรวมกับโบนัสต่างๆ รวมถึงรายได้จากทางอื่นๆ ทำให้เขามีรายได้ราว 3.7 ล้านปอนด์ต่อปี แต่ตอนนี้หากมีการย้ายทีมเกิดขึ้น คาดว่าเขาจะมีค่าตัวมหาศาลไม่ต่ำกว่า 70 ล้านยูโร และรับค่าเหนื่อยก้อนโตไม่ต่ำกว่า 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่ แต่สไตล์การเล่นไม่เหมือนใคร วลาโฮวิช ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คนใหม่” ซึ่งเพื่อนร่วมทีมสมัยเด็กเป็นคนแฉว่าเขามักนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับ “พระเจ้า” อยู่เสมอ โดย วาเลรี โบยินอฟ อดีตแข้งของฟิออเรนติน่าเอง ที่เป็นคนแนะนำให้ ปานตาเลโอ คอร์วิโน่ ผอ.กีฬาของทีมแดนรองเท้าบู๊ต หอบหิ้วสัญญาไปลักพาตัวนักเตะรายนี้มาร่วมทีมปาร์ติซาน ก่อนย้ายไป “วิโอล่า”

“ผมบอกคอร์วิโน่ ให้เซ็นสัญญากับ วลาโฮวิช ตอนที่เขาอายุแค่ 15 หรือ 16 ขวบนั่นแหล่ะ” โบยินอฟ เผยความหลัง

“วลาโฮวิช บ้ามาก โคตรจะบ้าเลยแหล่ะ เขาเคยบอกผมว่า “ผมคือซลาตัน อิบราฮิโมวิชจากเบลเกรด ผมจะลงเล่นให้กับสโมสรที่แข็งแกร่งที่สุด”

“ความหยิ่งยะโสของเขาโคตรโดนใจผมเลย ผมคิดว่าเขาจะเป็นนักเตะที่เข้มแข็งได้”

น้องสาวคือแรงผลักดันสู่เส้นทางพ่อค้าแข้ง – สูญเสียพี่ชายจากสงคราม

จุดเริ่มต้นของ วลาโฮวิช ก็คงเหมือนกับนักเตะคนอื่นๆ ที่ครอบครัวมีส่วนสนับสนุนเขาเป็นอย่างมากบนเส้นทางพ่อค้าแข้งอาชีพ แม้ในตอนแรก พ่อและแม่อยากให้เขาตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือมากกว่า แต่สุดท้ายก็หลีกหนีเส้นทางสายลูกหนังไม่พ้น มีอยู่ครั้ง เขาเคยย้อนความหลังไปถึงสมัยเด็ก ซึ่งคนที่เป็นแรงใจแรงเชียร์ และคนสำคัญที่ผลักดันให้เขาเริ่มต้นเส้นทางนี้ก็คือ อันเยล่า น้องสาวนั่นเอง

“น้องสาวของผมพาผมไปซ้อมหนแรกเลย ผมอยู่กับน้องสาวแล้วก็คุณปู่ ผมซ้อมได้ดีทันที ต้องขอบคุณพวกเขจริงๆนะครับ”

เชื่อหรือไม่ว่าตอนที่ วลาโฮวิช เข้าเรียนที่โรงเรียนฟุตบอลอัลติน่า แถบชานเมืองเบลเกรดในวัยเพียง 7 ขวบนั้น ครอบครัวของเขาแค่อยากให้ลองเล่นฟุตบอลดู ซึ่งหากล้มเหลว ก็อยากให้ลูกชายมุ่งมั่นเรียนแพทย์

DV9 เติบโตขึ้นมาในครอบครัวชนชั้นกลางค่อนไปทางสูง ทำให้ไม่ได้มีปัญหาลำบากยากแค้นอะไร โดยมิลอส พ่อ และสลัดยน่า แม่ของเขาก็พยายามเลี้ยงดูเขาและน้องสาวเป็นอย่างดี และจนถึงตอนนี้ ความพยายามของพวกเขก็น่าจะประสบความสำเร็จ เพราะลูกชายกลายเป็นดาวเด่นบนเวทีลูกหนังของยุโรป ที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าระดับท็อป

มีเรื่องน่าเศร้าอยู่อย่างของครอบครัว วลาโฮวิช เมื่อพี่ชายของ ดูซาน เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งแน่นอนว่าเด็กๆ ที่เกิดมาท่ามกลางหรือช่วงหลังของสงครามกลางเมืองยูโกสลาเวีย ย่อมเคยเผชิญหน้ากับความสูญเสีย ครอบครัววลาโฮวิช ต้องย้ายถิ่นที่อาศัยถึง 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีเพราะความไม่สงบในคาบสมุทรบอลข่าน โดยตอนแรกย้ายหนีจากเมืองเมโตไฮยา แถบคอซอวอ ไปอยู่มอนเตเนโกร และช่วงระหว่างสงครามบอสเนีย พี่ชายของดูซาน ก็เสียชีวิตลง ซึ่งเพื่อระลึกและให้เกียรติพี่ชายผู้ล่วงลับ ดูซาน สักรูปของพี่ชายของตัวเองเอาไว้ที่แขนด้านขวา

พ่อแม่ไฟเขียว : มาเรียโซเล่ พอลลิโอ หวานใจสุดสวย

แน่นอนว่าเส้นทางลูกหนังของวลาโฮวิช ยังเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นานนัก แต่อีกสิ่งที่หลายคนแสดงความสนใจ คือเรื่องความรักของเขากับ มาเรียโซเล่ พอลลิโอ แฟนสาวที่มีดีกรีเป็นอินฟลูเรนเซอร์ชื่อดัง มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 1.5 ล้านคน สาวหน้าสวยคนนี้คือใคร? เธอเป็นสาววัยรุ่นชาวเมืองเนเปิ้ลส์อายุเพียง 18 ปีเท่านั้น แต่เริ่มโดดเด่นในเส้นทางบันเทิงเพราะที่บ้านให้การสนับสนุนเรียนการแสดงตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ

มาเรีย สนใจสื่อสังคมออนไลน์เหมือนเด็กสมัยใหม่ทั่วไป และเริ่มเปิดช่องยูทูบเป็นของตัวเองตอนเรียนมัธยมต้นเท่านั้น ที่สำคัญ มีคนไปแวะเวียนชมความน่ารักของเธอมากมายหลายพันครั้งต่อคลิป เมื่อปี 2013 ด้วยวัยเพียง 10 ขวบ มาเรีย เปิดตัวเป็นนักแสดงเด็กในเรื่อง Il mozzicone equilibrium ของผู้กำกับ ลุยจิ สกาญิโอเน่ ก่อนที่จะมาเล่นหนังสั้นเรื่อง Giulia ในอีก 3 ปีถัดมา เส้นทางสายบันเทิงของสาวรายนี้รุ่งขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2018 เธอถูก ดีเจ ฟรานเชสโก้ หรือ ฟรานเชสโก้ ฟัคคิเนตติ ดีเจ, โปรดิวเซอร์, นักร้อง, พิธีกรทีวีชื่อดังเรียกไปออดิชั่นซีรี่ส์เรื่อง Don Matteo ก่อนที่จะได้แสดงภาพยนต์เรื่อง Se son rose ของผู้กำกับ เลโอนาร์ดด้ ปิแอรัคคิโอนี่ ก่อนที่จะมีเรื่องต่างๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยการที่ทั้งคู่ เพิ่งคบหาดูใจกันได้ไม่นาน อีกทั้งยังต้องโฟกัสกับงานที่เพิ่งจะเริ่มต้นประสบความสำเร็จ ทำให้เราไม่ค่อยได้เห็นทั้งคู่ควงกันไปไหนต่อไหน รวมถึงไม่ได้มีข่าวลืออะไรเล็ดรอดออกมาจากหนุ่มสาวคู่นี้กันมากสักเท่าไหร่ แต่มีข่าวซุบซิบกันว่า บ้านของฝ่ายชายไฟเขียวเต็มที่ให้คบหาดูใจกับสาวน้อยแสนน่ารักคนนี้

อิบราฮิโมวิช คือไอดอลของผมเสมอ

นอกจากฝีเท้าดีแล้ว วลาโฮวิช ยังขยันเรียนรู้จากบรรดาตำนานต่างๆ เหมือนที่เคยเคยกล่าวยกย่องทั้ง คริสติอาโน่ โรนัลโด้ และซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่เป็นต้นแบบเอาไว้

“ผมมองหาพัฒนาการและประสบการณ์ใหม่ๆ ในทุกๆวัน การทำซ้ำสิ่งเดิมๆ คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด แม้แต่คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ก็ยังมองหาทางพัฒนาขึ้นไปทุกวัน”

“นี่คือเคล็ดลับของความสำเร็จของบรรดาฮีโร่ทั้งหลาย ผมรู้สึกว่าตัวเองมีภาระหน้าที่ ในอายุขนาดผม หากคุณยิงได้สัก 2 ประตู คุณก็กลายเป็นนักเตะระดับท็อป แต่หากคุณยิงไม่ได้สัก 2 นัด คุณจะร่วงตุ๊บลงมาอย่างเร็ว”

“หลังจบเกมพบ เอซี มิลาน ซลาตัน เขียนภาษาเซอร์เบียว่า “โชคดีนะ ข้าหวังว่าเจ้าจะโชคดี” อากัปกิริยาของเขาสุดยอดมาก อิบราฮิโมวิช คือไอดอลของผมเสมอมา การได้ลงสนามเจอเขาทำให้ผมมีอารมณ์ร่วมเป็นพิเศษ”

“มันคงยากมากที่จะลงสนามเคียงข้างเขา ผมอยู่กับวิโอล่า และรู้สึกว่าที่นี่เหมือนบ้าน..จนกว่าเขาจะตัดสินใจย้ายมาเป็นครอบครัววิโอล่านั่นแหล่ะ”

สำหรับเรื่องของอนาคตการตัดสินใจย้ายทีมนั้น ว่ากันว่าคุณพ่อ มิลอส วลาโฮวิช จะมีอิทธิพลต่อการเปิดไฟเขียวเป็นอย่างมาก เพราะเขาเป็นกุญแจสำคัญบนเส้นทางการค้าแข้งของลูกชายมาโดยตลอด มิลอส ทำงานใกล้ชิดกับ อินเตอร์เนชั่นแนล สปอร์ตส์ เอเยนต์ของลูกชาย โดยความสำเร้จที่ผ่านมา เขาเคยปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกชายรับทุนจากเร้ดสตาร์ ก่อนทำตามคำแนะนำของคอร์วิโน่ ให้ย้ายไปปาร์ติซาน แล้วก็มาฟิออเรนติน่า ก่อนประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ จึงไม่แปลกที่หากสโมสรใด ต้องการตัว วลาโฮวิช ไปล่าตาข่าย ก็ต้องซื้อใจคุณพ่อของเขาให้ได้ด้วยเช่นกัน

ที่มา: soccersuck