ผ่าตัดครั้งใหญ่! “ค้างคาวไฟโฉมใหม่” กับเป้าหมายคืนสู่ไทยลีกในปีเดียว

แม้โปรแกรมลูกหนัง “ไทยลีก” จะเลื่อนฟาดแข้งออกไป เพราะสถานการณ์ “โควิด-19” ยังคงระบาดอย่างหนักหน่วง แต่การเตรียมพร้อมของแต่ละทีมเพื่อสู้ศึกยังต้องทำกันอย่างเข้มข้นต่อไป

เช่นเดียวกับทีม “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี แม้จะหล่นไปเล่นในระดับ ไทยลีกก็2 หรือ “เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ” ฤดูกาล 2021/2022 แต่ก็มีเป้าหมายใหญ่ คือการกลับคืนสู่ลีกสูงสุดให้ได้ภายในปีเดียว

นับตั้งแต่ที่ “ค้างคาวไฟ” เจอความบอบช้ำร่วงหล่นจากไทยลีก จนถึงตอนนี้ บอร์ดบริหารได้ทำให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้ง “เดนนิส อมาโต้” ที่เลือกเข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งนับเป็นเฮดโค้ชต่างชาติรายที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ขณะเดียวกัน ในส่วนของนักเตะก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง

“ดร.อนงค์วรรณ เทพสุทิน” ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี ให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงของทีม โดยเปรียบเทียบว่า “นี่คือการผ่าตัดครั้งใหญ่เลยทีเดียว”

“เริ่มตั้งแต่การเฟ้นหากุนซือคนใหม่แทน โค้ชอั๋น-สุรพงษ์ คงเทพ ที่ลาออกไป และทีมได้ตกลงเซ็นสัญญากับ เดนนิส อมาโต้ ซึ่งเราได้เห็นผลงานของเขาที่ทำทีม เชียงใหม่ ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และจากการคุมซ้อมให้ทีมสุโขทัย เอฟซี ช่วงสองเดือนกว่า ก็ได้เห็นจุดเด่นของ เดนนิส ว่า มีวิธีการปลุกเร้า และเค้นศักยภาพของนักเตะแต่ละคนออกมา ผ่านการสร้างโจทย์ใหม่ๆ ที่ท้าทายให้นักเตะได้พิสูจน์และแข่งขันเพื่อทำผลงานให้ดีที่สุด” ประธานค้างคาวไฟ กล่าวเริ่ม

ส่วนการได้ เดนนิส เข้ามาคุมทัพ “ค้างคาวไฟ” ขณะที่ โค้ชอั๋น โยกไปคุม เชียงใหม่ ยูไนเต็ด นั้น “ดร.อนงค์วรรณ” บอกปัดว่า ไม่ใช่การดีล หรือ แลกตัวกัน อย่างที่ใครเข้าใจ

ขณะที่การแยกทางระหว่าง “นักเตะขวัญใจแฟนบอล” ทั้ง “บาจโจ้” – “จุง เมียงโอ” – “พีระพงษ์ เรือนนินทร์” ประธานค้างคาวไฟ กล่าวยอมรับว่า ทำให้ทีมมีจุดเปลี่ยน เพราะในเกมแข่งขัน หากไร้คนทำประตู คนคุมจังหวะเกม และนายด่านรักษาประตู ที่ทีมสามารถฝากผีฝากไข้ได้ ก็ยากที่จะทำให้ “ทีม” ไปถึงเส้นชัย

“เราต้องหาสิ่งที่ดีกว่าเดิม เพื่อมาทดแทนสิ่งที่หายไป เราต้องปรับวิธีทำทีม สร้างปรัชญาให้แต่ละคนต้องเป็นส่วนสำคัญของเกม ทุกคนคือฟันเฟืองที่ทำให้สโมสรสุโขทัย เอฟซี ประสบความสำเร็จ”

“ตนเข้าใจเหตุผลที่ บาจโจ้ ไปจากเรา และเราก็ยินดีที่เขาได้เดินตามเส้นทางที่ประสบความสำเร็จ เมื่อหันมามองทีมค้างคาวไฟ ที่ตนรับหน้าที่บริหาร และต้องทำทุกวิถีทางให้เป็นทีมฟุตบอลของจังหวัดและของแฟนบอลภาคเหนือโซนล่างต่อไปให้ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การผสมผสานทักษะของนักเตะแต่ละคน ให้ออกมาเป็นเอกลักษณ์ และเสน่ห์ของทีมค้างคาวไฟโฉมใหม่ที่ลงตัว” ประธานค้างคาวไฟ กล่าว

กับ 2 แข้งล่าสุดที่คว้าตัวมาร่วมทีมในตำแหน่งกองหน้า ทั้ง “ออสมัน โซว์” หรือ เซรีญ์ ออสมัน เพตเตอร์ โซว์ หัวหอกชาวสวีเดน วัย 31 ปี ดีกรีแข้งยุโรป ที่มีผลงานพาทีม ดันดี เอฟซี ในลีกของสกอตแลนด์ เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด และ “สมปอง สอเหลบ” ดาวยิงมากประสบการณ์ วัย 34 ปี เมื่อรวมกับนักเตะที่พาเหรดเข้าทีมก่อนหน้า ผสมกับแข้งเก๋าของทีม “ดร.อนงค์วรรณ” เชื่อว่า ทั้งหมดจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับ “ค้างคาวไฟ” ได้ และจะประทับใจแฟนบอลได้กว่าฤดูกาลไหนๆ แน่นอน

ถึงตอนนี้ สาวก “ค้างคาวไฟ” คงต้องอดใจรอเมื่อฤดูกาลใหม่ระเบิดขึ้น คงจะได้เห็น “ค้างคาวไฟโฉมใหม่” ออกอาละวาดและโชว์ลีลาให้แฟนบอล “ไทยลีก2” ได้ชมและเชียร์แบบห้ามพลาดแม้แต่นัดเดียว

ส่วนจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือ กลับคืนสู่ลีกสูงสุดให้ได้ภายในปีเดียวเหมือนที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เคยทำให้เห็นมาแล้วได้หรือไม่? ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ที่มา: soccersuck