‘วอล์คเกอร์,เฮนโด้’ จ่อสตาร์ท, เอกวาดอร์ลุ้น ‘วาเลนเซีย’…ปรีวิว ฟุตบอลโลก 2022

‘วอล์คเกอร์,เฮนโด้’ จ่อสตาร์ท, เอกวาดอร์ลุ้น ‘วาเลนเซีย’…ปรีวิว ฟุตบอลโลก 2022

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565

กลุ่ม เอ

เอกวาดอร์ – เซเนกัล (22:00 น.)

เอกวาดอร์ ต้องลุ้นความพร้อมของ เอนเนอร์ วาเลนเซีย ที่มีผลงานเด่นในทัวร์นาเมนต์รวมถึงเป็นคนทำประตูตีเสมอในเกมพบกับ เนเธอร์แลนด์

พวกเขายังขาด เฮกซอน เมนเดซ ในแดนกลางด้วยเลยอาจมีการส่ง โฮเซ่ ซิฟูเอนเตส หรือ คาร์ลอส กรูเอโซ่ ลงแทนที่

เซเนกัล ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บอะไรเพิ่มเติมจากเกมก่อน เลยคาดหมายกันว่าจะส่งนักเตะชุดเดียวกับที่เอาชนะ กาตาร์ ลงสนาม

เกมนี้หากมีทีมไหนชนะก็จะการันตีการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ในรายของ เอกวาดอร์ นั้นขอเพียงแค่เสมอก็เพียงพอ

หนทางเดียวที่ เซเนกัล จะเข้ารอบโดยไม่ชนะคือต้องยิงประตูให้ได้และหวังให้ กาตาร์ เอาชนะ เนเธอร์แลนด์ แต่โอกาสเป็นไปได้ยาก

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

– เอนเนอร์ วาเลนเซีย ยิงประตูในบอลโลกไป 6 ลูกให้กับ เอกวาดอร์ โดยทั้ง 6 ประตูที่เกิดขึ้นยังมาจากยิงตรงกรอบเพียงแค่ 9 หนเท่านั้น

เนเธอร์แลนด์ – กาตาร์ (22:00 น.)

เนเธอร์แลนด์ อาจจะยังไม่เสี่ยงส่ง เมมฟิส เดปาย กลับมาเป็นตัวจริงให้หลังเขาเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาไม่นาน โดยในสองนัดแรกเขาก็ลงสนามเป็นสำรอง

มัตไธจ์ส เดอ ลีกท์ มีเหลืองติดตัวและถ้าโดนอีกใบก็จะติดโทษแบนในนัดถัดไป ทำให้ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ อาจได้รับโอกาสให้ลงสนามต่อ

นัดนี้ เนเธอร์แลนด์ เป็นจ่าฝูงของกลุ่มแต่ยังต้องลุ้นเข้ารอบ โดยถ้าผลการแข่งขันและสกอร์ของพวกเขาดีกว่าหรือเท่ากับ เอกวาดอร์ ก็จะได้เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม

ส่วนทางด้าน กาตาร์ เองถูกคาดหมายว่าจะส่งนักเตะชุดเดิมลงสนาม และแม้พวกเขาจะตกรอบไปแต่ก็น่าจะพยายามเก็บแต้มให้ได้ เพื่อเลี่ยงการเป็นเจ้าภาพรายแรกที่ตกรอบแบบไร้แต้มติดมือ

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

– เนเธอร์แลนด์ ผ่านการเอาชนะทีมชาติเอเชียมา 4 นัดในบอลโลก โดยยิงไปได้ถึง 11 ลูกและเสียเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น แล้วนี่จะเป็นการพบกับ กาตาร์ หนแรก

– เนเธอร์แลนด์ ยิงตรงกรอบไปเพียงแค่สองหนในเกมเสมอกับ เอกวาดอร์ กลายเป็นการยิงตรงกรอบน้อยสุดของชาติยุโรปในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966

==============================================================

กลุ่ม บี

อิหร่าน – อเมริกา (02:00 น.)

อิหร่าน จะไม่มี อลีเรซ่า ยาฮันบัคช์ เป็นตัวเลือกเนื่องจากติดโทษแบนจากใบเหลืองที่ได้รับมาใน 2 เกมแรก

อลีเรซ่า เบรานวานด์ ไม่ได้ลงเฝ้าเสาในเกมก่อนเพราะอาการคอนคัสชั่นที่เกิดขึ้นในเกมพบกับ อังกฤษ ดังนั้น ฮอสเซน ฮอสเซนี่ น่าจะทำหน้าที่นายด่านต่อไป

อเมริกา พบเสียงเรียกร้องในเรื่องของการส่งนักเตะแบบ โจวานนี่ เรย์น่า และ แบรนเดน อารอนสัน ลงสนาม แต่พวกเขาอาจจะเลือกใช้ทีมชุดเดิมหลังทำผลงานน่าประทับใจในเกมก่อน

อเมริกา ยังจำเป็นต้องชนะให้ได้ถึงจะเข้ารอบ ขณะที่ อิหร่าน ขอเสมอและ อังกฤษ ไม่แพ้ต่อ เวลส์ ก็จะทำให้พวกเขาทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

– 8 ประตูหลังสุดที่ อิหร่าน ยิงในฟุตบอลโลกนั้นเกิดขึ้นในครึ่งหลังทั้งหมด

– ผลเสมอจะหมายถึง อเมริกา กลายเป็นทีมที่ 3 ที่ตกรอบฟุตบอลโลกโดยไม่แพ้ในรอบแบ่งกลุ่ม (สำหรับฟอร์แม็ต 32 ทีม) โดย เบลเยี่ยม ทำไว้ในปี 1998 และอีกทีมคือ นิวซีแลนด์ ในปี 2010 หลังเสมอทั้ง 3 นัด

เวลส์ – อังกฤษ (02:00 น.)

อังกฤษ จะไม่มีการปรับเปลี่ยนทีมหลายตำแหน่งนัก แต่ในรายของ ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เตรียมได้รับการออกสตาร์ทหนแรกในทัวร์นาเมนต์ โดยแทนที่ คีแรน ทริปเปียร์ กับ จู๊ด เบลลิงแฮม

สำหรับแนวรุก แฮร์รี่ เคน น่าจะได้ลงสนามต่อแต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงนักเตะในตำแหน่งอื่นแทน

อังกฤษ นั้นแทบจะการันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายและต้องแพ้ 4 ประตูเป็นอย่างน้อยถึงจะทำให้พวกเขาตกรอบ

เวลส์ จะไม่มี เวย์น เฮนเนสซี่ย์ ให้ใช้งานแน่ๆเพราะติดโทษแบนจากใบแดงในเกมที่แล้วและจะเป็น แดนนี่ วอร์ด ลงมาเฝ้าเสาแทน

แกเร็ธ เบล กับ อารอน แรมซี่ย์ ผลงานไม่ดีในเกมที่แล้วแต่ก็น่าจะเป็นตัวจริงต่อไป ขณะที่ โจ อัลเลน อาจได้เป็นตัวจริงหลังหายจากอาการเจ็บกลับมา

เวลส์ เองเสี่ยงต่อการตกรอบสูงและจะต้องเอาชนะ อังกฤษ ให้ได้และต้องหวังให้ อิหร่าน เสมอกับ อเมริกา ด้วย

เก็บตกสถิติเล็กน้อย

– เวลส์ ห่างหายจากการเอาชนะ อังกฤษ มานับตั้งแต่ปี 1984 แถมพวกเขาเอาชนะ อังกฤษ ได้เพียงแค่ 13 หนเท่านั้นจากการเจอกันมา 103 ครั้ง

ที่มา: soccersuck