Being the Boss: สัมภาษณ์พิเศษ JK – ทำไมไม่ใส่สูท? ทำไมไม่เล่นโซเชียล?

Being the Boss: สัมภาษณ์พิเศษ JK – ทำไมไม่ใส่สูท? ทำไมไม่เล่นโซเชียล?

เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ

Being the Boss

ของ

Sky Sports

โดยเขาจะพูดถึงประเด็นต่าง ๆ เช่น การไม่มีแอคเคาท์ในโลกโซเชียล มีเดีย, การไม่สวมสูทคุมทีมข้างสนาม และนักเตะคนใดที่สามารถกลายเป็นกุนซือที่ดีได้

นายใหญ่ชาวเยอรมันใกล้พาทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 30 ปี โดย “หงส์แดง” ของเขาทำคะแนนนำหน้าคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นหลังผ่านการแข่งขันไป 22 นัด

แต่สิ่งใดที่เขาชื่นชอบมากที่สุดในการคุมทีม? เขาเปลี่ยนไปอย่างไร? และเขาปิดสวิตช์จากหน้าที่การงานได้อย่างไร? วินนี่ โอ’คอนเนอร์ ของ สกาย สปอร์ตส์ จะพูดคุยกับเขาถึงประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้น

สิ่งที่ดีที่สุดในการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคืออะไร?

“ว้าว! เงินเหรอ? ฮ่าฮ่า! แน่นอนมันคือการทำงานในวงการฟุตบอล ผมชอบมากตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้ามา ผมชอบแม้กระทั่งตอนทำงานเป็นโค้ชช่วงแรก ๆ ตอนที่ไม่มีใครรู้จักผม มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก

“การได้ทำงานร่วมกับนักเตะระดับโลกพวกนี้ทุกวัน การได้เห็นพวกเขาในการฝึกซ้อม ได้พยายามช่วยเหลือให้แต่ละคนเก่งขึ้นมาคนละนิดคนละหน่อยถ้าเป็นไปได้ในแง่มุมต่าง ๆ มันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่เลยล่ะ”

ความเป็นผู้จัดการทีมของคุณในตอนนี้แตกต่างจากตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ สมัยอยู่ ไมนซ์ อย่างไร?

“ขอบคุณพระเจ้าทุกวันนี้ผมเก่งขึ้นเยอะ แต่นั่นเป็นเพราะผมมีโอกาสได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะไง ผมต้องเจอกับเรื่องยาก ๆ ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ดีด้วยเช่นกัน ผมรู้จักฟุตบอลมากขึ้นด้วยเพราะผมเป็นนักเตะในวันอาทิตย์ และเป็นกุนซือหรือโค้ชในวันจันทร์ ดังนั้นมันจึงไม่มีเวลามากนักให้ผมได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในวันถัดมา แต่ผมชอบนะตอนที่ผมเริ่มเข้ามาทำงาน

“เรียนตามตรงผมไม่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับฟุตบอลเลย ผมไม่เคยมีโอกาสได้ลองสอดส่องดูว่าโค้ชคนอื่นเขาทำอะไรกันดังนั้นผมจึงต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ปีแรกตอนที่ไม่มีใครสนใจพวกเราจริง ๆ ซึ่งเราสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ เราได้เห็นว่าเมื่อถึงสุดสัปดาห์แผนมันจะได้ผลหรือไม่! มันเจ๋งมากเลยนะ”

มีกุนซือคนไหนที่คุณมองดูเป็นแรงบันดาลใจในการคุมทีมไหม?

“ผมสามารถเรียนรู้อะไรได้หลายอย่างจากหลาย ๆ คนแต่โอกาสที่แท้จริงอย่างเดียวคือตอนที่คุณได้ทำงานกับพวกเขา คนที่ผมเลื่อมใสคือ อาร์ริโก้ ซาคคี่ ผมไม่รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวซึ่งผมมีโอกาสคุยโทรศัพท์กับเขาอยู่ครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าผมรู้จักเขา แต่ผมได้เกี่ยวข้องกับงานของเขาตอนที่ วูล์ฟกัง แฟรงค์ อดีตผู้จัดการทีมของผมเอาวีดีโอของเขามาทั้งหมด ผมคิดว่าตอนนั้นผมได้ดูวีดีโอการซ้อมของ เอซี มิลานไปประมาณ 20, 30 หรือว่า 500 ครั้งนี่แหละ เพราะว่าโค้ชเก่าของผมอัดวีดีโอเอาไว้แล้วเอามาให้พวกเราดู!”

สิ่งใดคือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในการคุมทีม?

“ผมว่าการเอาใจใส่ในรายละเอียดน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดนะ ความตึงเครียดหรืออะไรก็แล้วแต่บริเวณเส้นข้างสนามมันไม่สำคัญหรอก ผมคิดว่าคุณสามารถเป็นโค้ชที่ดีที่สุดของโลกโดยนั่งอยู่บนก้นของคุณได้ตลอดทั้ง 90 นาที แต่นั่นไม่ใช่ตัวผมอ่ะ โค้ชเก่ง ๆ คนอื่นสามารถทำได้ แต่ว่ามันไม่ได้สำคัญมากนักหรอก คือผมพยายามช่วยนักเตะระหว่างเกมไง ถ้าช่วยได้สักหน่อยผมก็โอเคแล้ว

“สิ่งที่สำคัญที่สุดเหรอ? แน่นอนว่าต้องเป็นการเข้าใจฟุตบอล การมองเห็นเกมในภาพกว้าง ไม่ใช่แค่เรื่องการทำประตู, การเสียประตู หรือการยิงประตู มันมีหลาย ๆ อย่างในเกมที่เป็นเรื่องสำคัญ คุณจำเป็นต้องจัดการทุกอย่างรอบด้านแล้วปล่อยให้นักเตะมีสมาธิกับสิ่งที่พวกเขาต้องทำ ก็จริงที่พวกเขาต้องหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองในสนาม แต่การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการเตรียมการให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการฝึกซ้อม”

คุณติดตามดูทีมอื่นทำเรื่องต่าง ๆ รอบโลกมากแค่ไหน? ได้ดูวีดีโอบ้างหรือเปล่า?

“ก็ไม่ได้ตั้งใจมากนักนะ ผมไม่ได้นั่งศึกษา บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, เอซี มิลาน ยุคเฟื่องฟู, บาเยิร์น มิวนิค หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผมชื่นชมโค้ชหลาย ๆ คนในสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเขาทำ แต่ผมไม่ได้ติดตามบ่อยพอที่จะรับบางอย่างมาใช้กับเราแล้วบอกว่า: ‘เรามาลองทำแบบนี้กัน’ เราพยายามทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยแนวทางของเราเอง เพราะทุกอย่างมันเป็นเรื่องนักเตะของคุณและสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้”

คุณรู้ไหม ไมค์ กอร์ดอน [ประธานกลุ่ม FSG เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล] นิยามว่าคุณเป็นนักปราชญ์ที่เก่งไปทุกเรื่อง (Polymathematical)?

“ไม่ใช่ผมหรอก เพราะผมไม่รู้มันคืออะไร?!”

มันแปลว่าคนที่มีความรู้ลึกในหลาย ๆ อย่างน่ะ!

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ขอบคุณนะไมค์ เขาพูดก่อนที่ผมต่อสัญญาหรือพูดหลังจากนั้นอ่ะ?

ก่อนต่อสัญญา! เขาบอกด้วยว่า: “เยอร์เก้นเป็นหนึ่งในซีอีโอมือทองของโลก… ถ้าเขาไม่ได้คุมทีมฟุตบอล เขาสามารถทำงานให้ 500 บริษัทชั้นนำของโลกได้เลย…”

“ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่ต้องทำแบบนั้น! เพราะจากมุมมองของผม สิ่งเดียวที่ผมเข้าใจก็คือฟุตบอลและชีวิตด้วยเช่นกัน แต่คุณไม่สามารถใช้เรื่องนั้นกับ 500 บริษัทชั้นนำของโลกได้หรอกผมว่านะ ไม่รู้ดิ ผมไม่เคยทำอ่ะ ผมไม่จำเป็นต้องทำ มันเป็นเรื่องที่วิเศษมาก แต่ผมพูดไปหลายครั้งว่าผมมีเจ้าของที่นิสัยดีที่สุดในโลก เขาสนับสนุนผมดีมาก! มันเป็นคำปลอบใจที่ดีนะ ฟังแล้วชื่นใจมาก แต่คงไม่จริงนักหรอก!”

คุณเป็นผู้จัดการทีมที่ชอบใส่ชุดวอร์มป่ะ?

“ก็ชัดเจนอยู่แล้ว!”

ทำไมไม่ใส่สูทล่ะ?

“ผมไม่ชอบอ่ะ ผมชอบใส่สูทในเวลาที่เหมาะสมและคำพูดของผมไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกันนะ เพราะเท่าที่ผมทราบโดยเฉพาะในอังกฤษ หลาย ๆ คน สวมสูทเพราะมันเป็นวันที่พิเศษหรืออะไรแบบนั้น แต่สำหรับผมคือผมไม่มีพื้นที่หรือทรัพยากรที่จะมาคิดเกี่ยวกับเรื่องชุดที่ผมต้องสวมก่อนเกม ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมลงแข่งขันโดยในใจมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ

“ดังนั้นถ้ามีคนบอกผมว่า: ‘นายต้องผูกไทใส่สูทหรืออะไรพวกนั้น’ มันคงไม่เวิร์คสำหรับผม ผมเคยลองแล้ว ก็คือไม่ได้ใส่สูท แต่พยายามใส่ชุดที่ดูลำลองหน่อยตอนคุมดอร์ทมุนด์ ช่วงสัปดาห์แรก ๆ ผมใส่ยีนส์กับเชิ้ตดำหรืออะไรแบบนั้นแล้วผมก็ลืมไป ตั้งแต่นั้นผมก็สวมชุดวอร์ม และนั่นเป็นเพราะว่าสโมสรจะเตรียมไว้ให้พร้อมในห้องแต่งตัว มันช่วยได้เยอะเลย นั่นคือเหตุผลหลัก”

ปิดสวิตช์หนีจากฟุตบอลอย่างไร?

“นอนสิครับ”

แค่นั้นเลยเหรอ?

“ส่วนใหญ่นะ หรือไม่ก็ตอนที่เราพักร้อน”

ทำไมถึงไม่เล่นโซเชียล มีเดีย?

“ผมไม่เข้าใจอ่ะแล้วก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร บางทีสักวันผมอาจจะเล่นนะแต่นึกภาพไม่ออกเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องคอยบอกคนอื่น คนที่เราไม่รู้จักว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ดี หรือเป็นช่วงที่ไม่ดี แต่นั่นอาจเป็นปัญหาของคนยุคผม ผมแก่เกินไปสำหรับเรื่องนี้แล้ว”

นักเตะคนไหนของคุณน่าจะก้าวมาเป็นกุนซือที่ดี ขอเหตุผลด้วย

“ผมไม่มั่นใจว่าพวกเขาอยากจะเป็นผู้จัดการทีมกันหรือเปล่า แต่พวกหนุ่ม ๆ อังกฤษน่าจะได้นะ พวกนักเตะอังกฤษช่วงวัยกลางคนอย่าง มิลลี่, เฮนโด้, อดัม (ลัลลาน่า), จินี่ก็ทำได้แน่นอนถ้าเขาต้องการ พวกนักเตะหนุ่ม ๆ ก็ ร็อบโบ้, เทรนท์อาจจะได้ แต่หนทางพวกนี้ยังอีกยาวไกล! ยาวมาก เดยันเหมือนอยากจะเป็นกุนซือนะและสิ่งที่ดีเกี่ยวกับเขาคือเขาสามารถเป็นผู้จัดการทีมได้ใน 12 ประเทศที่แตกต่างกัน! เอาจริงเรามีนักเตะเก่ง ๆ หลายคนเลย ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอยากทำงานสายนี้หรือเปล่า ถ้าพวกเขาอยากทำก็สามารถทำได้ทุกคนแหละ”

ขอ 3 คำให้ตัวเอง…

“ผมไม่ค่อยคิดเรื่องตัวเองมากนักอ่ะ… 3 คำเหรอ นึกไม่ออกแฮะ”

ที่มา: soccersuck